Last updated: 28 เม.ย 2569 | 156 จำนวนผู้เข้าชม |
(อันตรายหลักและวิธีแก้ไข)
ถังลมระเบิด: เกิดจากแรงดันภายในสูงเกินไป หรือถังเกิดสนิมจนไม่สามารถรับแรงดันได้
วิธีแก้ไข: ไม่ควรปรับแรงดันลมสูงเกินมาตรฐานที่เครื่องกำหนด และต้องหมั่นระบายน้ำออกจากถังทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันสนิมกัดกร่อนภายในถัง
อันตรายจากจุดหมุน (สายพานและใบพัด): ชายเสื้อหรืออวัยวะอาจถูกดูดเข้าไปพันจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
วิธีแก้ไข: ติดตั้งฝาครอบสายพานและใบพัดให้มิดชิด และไม่เข้าใกล้บริเวณจุดหมุนขณะเครื่องทำงาน
ความร้อนสูงสะสม: บริเวณมอเตอร์และหัวปั๊มลมจะมีอุณหภูมิสูงมากขณะทำงาน ทำให้ผิวหนังพุพองได้หากสัมผัสโดยตรง
วิธีแก้ไข: สวมถุงมือนิรภัยทุกครั้งหากจำเป็นต้องสัมผัส หรือรอให้เครื่องเย็นลงก่อนตรวจเช็ค
ไฟฟ้าลัดวงจร: เกิดจากการต่อสายไฟไม่เรียบร้อยหรือใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน
วิธีแก้ไข: ใช้สายไฟตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อป้องกันมอเตอร์สะดุด และต้องถอดปลั๊กไฟออกทุกครั้งก่อนทำการซ่อมบำรุง
อันตรายจากแรงดันลม: ลมแรงดันสูงหากเป่าเข้าหูอาจทำให้หูหนวก หรือหากเข้ากระแสเลือดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
วิธีแก้ไข: ห้ามใช้ลมแรงดันสูงเป่าร่างกายหรือเล่นกัน และควรสวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันเศษฝุ่นกระเด็นเข้าตาขณะใช้งาน
(การบำรุงรักษาเพื่อความปลอดภัย)
ตรวจสอบวาล์วนิรภัย (Safety Valve): ทดสอบระบบเซฟตี้สม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าทำงานได้หากแรงดันเกิน
สังเกตเสียงผิดปกติ: หากมีเสียงดังแปลกๆ หรือเสียงเหล็กกระทบกัน ให้รีบปิดเครื่องและตรวจเช็คทันที
ทำความสะอาดไส้กรอง: ตรวจสอบและเปลี่ยนกรองอากาศทุก 3-6 เดือน เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนักจนเกินไป
เช็คน็อตและตัวยึด: ตรวจสอบและขันน็อตให้แน่นอยู่เสมอเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่อาจทำให้ชิ้นส่วนหลุดกระเด็น