Last updated: 10 ก.พ. 2569 | 103 จำนวนผู้เข้าชม |
ขนาดถังลมที่เหมาะสม
30–50 ลิตร
เหมาะกับงานเบา เช่น เติมลมยางรถจักรยานยนต์ รถยนต์ทั่วไป หรือใช้ปืนลมเป่าทำความสะอาด แต่ไม่เพียงพอสำหรับงานหนักในอู่ซ่อมรถที่ใช้เครื่องมือหลายชนิดพร้อมกัน
100–150 ลิตรขึ้นไป
เหมาะกับร้านซ่อมรถที่ต้องใช้บล็อกลม สว่านลม เครื่องขัดสี หรือพ่นสี เพราะมีปริมาณลมเพียงพอและแรงดันคงที่
200 ลิตรขึ้นไป
เหมาะกับอู่ขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีการใช้งานต่อเนื่องหลายจุดพร้อมกัน เช่น บล็อกลมหลายตัว เครื่องพ่นสี และงานหนักอื่น ๆ
ปัจจัยที่ควรพิจารณา
แรงดันลม (bar): ควรเลือกอย่างน้อย 8–10 bar เพื่อรองรับเครื่องมือที่ต้องใช้แรงลมสูง
ปริมาณลม (L/min): ยิ่งสูงยิ่งเหมาะกับงานหนักและการใช้งานต่อเนื่อง
ความทนทาน: เลือกปั๊มลมที่มีระบบระบายความร้อนและวัสดุแข็งแรง เพื่อรองรับการใช้งานในอู่ที่ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
สรุป
สำหรับร้านซ่อมรถ ควรเริ่มต้นที่ถัง 100 ลิตรขึ้นไป เพื่อรองรับงานทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเป็นอู่ขนาดใหญ่หรือมีเครื่องมือหลายชนิดใช้งานพร้อมกัน ควรเลือก 200 ลิตรขึ้นไป เพื่อความมั่นใจว่าแรงลมเพียงพอและไม่สะดุดระหว่างงาน
16 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
18 ก.พ. 2569
19 ก.พ. 2569